ระบบคลาสตัวละคร หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของ Regulus – The Advent คือ “ระบบคลาสตัวละคร” ที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ แตกต่างกันทั้งด้านบทบาท ทักษะ การคอมโบ และวิธีเล่น ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสไตล์การต่อสู้เฉพาะตัวได้หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะชอบการต่อสู้ประชิด ดาเมจระยะไกล การควบคุมฝูงศัตรู หรือการสนับสนุนทีม ระบบคลาสของเกมนี้ตอบโจทย์ทุกแนวทาง
ในคู่มือฉบับนี้จะพาไปรู้จัก จุดเด่น จุดต่าง และการเล่นของแต่ละคลาส พร้อมวิเคราะห์ความเหมาะสมสำหรับทั้งผู้เล่นใหม่และผู้เล่นระดับโปร
ผู้เล่นจำนวนมากมักใช้แหล่งข้อมูลเสริมจากเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อวางแผนบิลด์และเลือกคลาสที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองตั้งแต่ต้นเกม

⭐ ภาพรวมระบบคลาสใน Regulus – The Advent
ระบบคลาสของเกมถูกออกแบบบนหลัก “สามบทบาทหลักในสงคราม” ได้แก่
✔ สายโจมตี (DPS – Damage Dealer)
เน้นทำดาเมจให้มากที่สุดภายในเวลาสั้นที่สุด อาจเป็นทั้งประชิดหรือระยะไกล
✔ สายป้องกัน (Tank – Defender)
เป็นกำแพงให้ทีม รับดาเมจหนัก ๆ ควบคุมจังหวะในทีมไฟต์
✔ สายสนับสนุน (Support – Healer – Controller)
ช่วยฟื้นฟูทีม ควบคุมศัตรู และเสริมพลังให้การต่อสู้เล่นง่ายขึ้น
ระบบนี้ทำให้แต่ละการผจญภัยในเกมมีมิติและต้องวางกลยุทธ์อยู่เสมอ ยิ่งในดันเจี้ยนระดับสูง การเลือกคลาสผสมผสานที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
⚔️ 1. Warrior – นักรบโลหะผู้ครองสนามประชิด
จุดเด่นของ Warrior
- พลังป้องกันสูงมาก
- โจมตีประชิดรุนแรงและต่อเนื่อง
- มีสกิลล้มศัตรูและควบคุมหมู่
- อยู่ได้นานในไฟต์ ไม่ล้มง่าย
จุดด้อย
- ระยะโจมตีสั้น
- ต้องเข้าใกล้ศัตรู ทำให้ต้องอ่านจังหวะให้ดี
สไตล์การเล่น
ผู้เล่น Warrior ต้องคอยประเมินจังหวะเข้า–ออกไฟต์ ใช้โล่หรือดาบใหญ่เพื่อถ่วงเวลาศัตรู พร้อมเปิดทางให้ทีมทำดาเมจ เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบบุก คุมตำแหน่ง และเป็นหัวใจหลักของทีม
🔥 2. Berserker – นักรบคลั่งพลังไฟ
จุดเด่น
- ดาเมจประชิดสูงที่สุดในเกม
- มีสกิลเพิ่มพลังโจมตีชั่วคราว
- คอมโบลื่นไหลและรวดเร็ว
- ทำลายบอสในระยะประชิดได้ดีเยี่ยม
จุดด้อย
- เลือดไม่เยอะเท่า Warrior
- หากเข้าผิดจังหวะอาจโดนสวนจนล้มได้เร็ว
สไตล์การเล่น
Berserker เหมาะกับผู้เล่นสายบุกดุดัน ชอบลุยเดี่ยวและทำดาเมจมหาศาล แต่ต้องมีทักษะในการหลบและจังหวะเข้าไฟต์ที่แม่นยำ
🏹 3. Ranger – นักธนูผู้ควบคุมสนามจากระยะไกล
จุดเด่น
- ระยะยิงไกลที่สุด
- DPS สูงเมื่อยืนตำแหน่งถูกต้อง
- มีสกิลหลบและถอยหลัง
- ควบคุมการเข้าหาศัตรูด้วยกับดัก
จุดด้อย
- ตัวบาง โดนทีเดียวจอด
- ต้องใช้ทักษะการยืนตำแหน่งสูง
สไตล์การเล่น
เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบทำดาเมจปลอดภัยจากระยะไกล ใช้ทักษะวางกับดักและควบคุมจังหวะของศัตรู เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี
❄️ 4. Mage – จอมเวทแห่งธาตุ
จุดเด่น
- สกิลพื้นที่ (AOE) ทำดาเมจหมู่ได้ดี
- ควบคุมศัตรูด้วยการแช่แข็งหรือจุดไฟ
- สร้างดาเมจสูงระยะไกล
- ระบบธาตุมีผลต่อสถานการณ์หลายรูปแบบ
จุดด้อย
- ตัวบางมาก
- ต้องกะระยะและเวลาใช้สกิลให้แม่น
สไตล์การเล่น
Mage เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบสร้างผลกระทบต่อทั้งสนาม ต้องอ่านเกมและควบคุมกลุ่มศัตรูได้ดี โดยเฉพาะในดันเจี้ยนระดับสูง
🌑 5. Warlock – ผู้ใช้เวทแห่งความมืด
จุดเด่น
- สกิลดูดพลังและสาปศัตรู
- ทำดาเมจต่อเนื่อง (DoT) สูง
- เรียกมินเนียนช่วยโจมตีได้
- ทำให้ศัตรูอ่อนแอลง
จุดด้อย
- ต้องบริหารมานา
- ต้องยืนตำแหน่งดีเหมือน Mage
สไตล์การเล่น
เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบกลยุทธ์แบบทรมานศัตรูยาว ๆ ลดพลังศัตรู แล้วค่อยโจมตีปิดฉากอย่างสงบและมีชั้นเชิง
🐺 6. Rogue – นักฆ่าผู้ล่องหน
จุดเด่น
- ความเร็วสูงที่สุด
- มีสกิลล่องหนเข้าประชิด
- Burst Damage แรงมาก
- เหมาะกับการล้มเป้าหมายเดี่ยว เช่น บอสหรือผู้เล่นใน PVP
จุดด้อย
- ตัวบางมากที่สุด
- หากเข้าใกล้ผิดจังหวะอาจโดนล็อกจนล้มได้
สไตล์การเล่น
Rogue เหมาะกับคนที่ชอบความเร้าใจ วิเคราะห์เส้นทางศัตรู และโจมตีจากเงามืดเพื่อทำดาเมจก้อนใหญ่ในเวลาอันสั้น
✨ 7. Paladin – ผู้พิทักษ์แห่งแสง
จุดเด่น
- ฮีลตัวเองและเพื่อนได้
- ป้องกันสูง
- สกิลเสริมพลังทีม
- เหมาะทั้งแทงก์และซัพพอร์ต
จุดด้อย
- ดาเมจไม่สูง
- ต้องจัดตำแหน่งให้ซัพพอร์ตทีมได้เต็มที่
สไตล์การเล่น
เป็นคลาสสำหรับผู้เล่นที่ชอบดูแลทีม ให้ความมั่นคง และคุมจังหวะการต่อสู้ เหมาะกับการลงดันและเรดเป็นอย่างมาก
🌱 8. Druid – ผู้พิทักษ์แห่งธรรมชาติ
จุดเด่น
- ฟื้นฟูทีมเป็นพื้นที่กว้าง
- ควบคุมศัตรูด้วยรากไม้/ลม
- Summon สิ่งมีชีวิตธรรมชาติ
- คล่องตัวสูง
จุดด้อย
- ต้องวางสกิลในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- ไม่เหมาะกับการลุยเดี่ยว
สไตล์การเล่น
เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบสนับสนุนทีมระยะไกล เน้นการวางพื้นที่ควบคุม (Zone Control) ทำให้ทีมสู้ได้ง่ายขึ้นหลายเท่า
⚙️ 9. Engineer – นักประดิษฐ์แห่งกลไก
จุดเด่น
- วางป้อมยิงได้
- ใช้กับดักขั้นสูง
- ทำดาเมจอย่างสม่ำเสมอ
- เก่งในคอนเทนต์ PVE และการป้องกันพื้นที่
จุดด้อย
- ต้องวางเครื่องจักรให้ถูกจุด
- ไม่คล่องตัวเท่าคลาสอื่น
สไตล์การเล่น
Engineer เหมาะกับผู้เล่นสายวางแผน รักการสร้างป้อมและกับดักเพื่อควบคุมพื้นที่ ยิ่งไฟต์ยืดเยื้อ ยิ่งทำดาเมจได้มหาศาล
ในช่วงกลางเกม ผู้เล่นมักเทียบข้อมูลบิลด์ผ่านสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่อหาทางอัปเกรดป้อมและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
🛡️ 10. Guardian – โล่แห่งอาณาจักร
จุดเด่น
- แทงก์แข็งสุด
- สกิลยั่วยุศัตรูได้ดี
- การป้องกันสกิลหมู่ให้ทีม
- เป็นหัวใจของทุกทีมเรด
จุดด้อย
- ดาเมจต่ำมาก
- ต้องมีทีมสนับสนุน
สไตล์การเล่น
เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบควบคุมสนาม รับแรงปะทะ ยืนแถวหน้า และปกป้องเพื่อนทุกคนในทีม
🧩 การเลือกคลาสให้เข้ากับผู้เล่นแต่ละสไตล์
| สไตล์ผู้เล่น | คลาสที่เหมาะสม |
|---|---|
| ชอบลุยประชิด | Warrior, Berserker |
| ชอบยิงไกล | Ranger, Mage |
| ชอบกลยุทธ์ | Warlock, Engineer |
| ชอบสนับสนุนทีม | Paladin, Druid |
| ชอบล้มเป้าหมายแบบรวดเร็ว | Rogue |
| ชอบยืนรับดาเมจ | Guardian |
การเลือกคลาสไม่ได้จำกัดเพียงความชอบ แต่รวมถึงความถนัดในการอ่านจังหวะต่อสู้ การจัดตำแหน่ง และรูปแบบคอมโบที่คุณคุ้นเคย
🔮 อนาคตของระบบคลาสใน Regulus – The Advent
ทีมพัฒนาเกมได้ประกาศว่ากำลังจะเพิ่มคลาสใหม่ เช่น
- Spellblade (สายดาบ + เวท)
- Reaper (นักเก็บเกี่ยวแห่งความตาย)
- Oracle (ผู้หยั่งรู้อนาคต)
ซึ่งจะทำให้เกมมีมิติการต่อสู้ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคตอัปเดตใหญ่
ผู้เล่นสามารถเตรียมตัว ศึกษาบิลด์ หรือดูแนวทางการเล่นคลาสรุ่นใหม่ผ่านแหล่งข้อมูลอย่างเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อวางแผนความพร้อมก่อนแพตช์ใหม่เข้าเกม
สรุป: ระบบคลาสของ Regulus – The Advent คือหัวใจแห่งกลยุทธ์
แต่ละคลาสมีเอกลักษณ์ จุดเด่น จุดด้อย และรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนกัน การเลือกคลาสที่เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้การผจญภัยในโลก Regulus สนุกและเข้มข้นขึ้นหลายเท่า
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุก สายยิง สายสนับสนุน หรือสายวางแผน เกมนี้มีบทบาทให้ทุกคนได้เปล่งประกายอย่างชัดเจน